::: ช.พัน.112 ช.1 รอ. ยินดีต้อนรับทุกท่าน ด้วยความยินดียิ่ง :::



ขอน้อมนำ นำบทความและภาพประทับใจมาให้ทุกท่านได้อ่าน เพื่อระลึกถึงพระคุณแม่ที่มีต่อลูก ซึ่งได้คัดลอกเนื้อหาบางตอนจากหนังสือ " พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู "
ที่ได้รับแจกในวันที่เดินทางไปกับหน่วยเพื่อร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 20 ก.ย.53



        
  ความหวังของแม่ ทั้ง 3 ความหวัง ในหลวงปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์แบบ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดให้แก่พวกเรา
ความหวังที่ 1 " ยามแก่เฒ่า  หวังเจ้า  เฝ้ารับใช้ "  ภาพที่สมเด็จย่าเสด็จไปในที่ต่าง ๆ แล้วมีในหลวงประคองเดินไป
ตลอดทาง  มีคนเยอะแยะ  มีทหาร  มีองครักษ์  มีพยาบาลที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงบอกว่า.....
" ไม่ต้อง  คนนี้เป็นแม่ของเรา  เราประคองเอง "  ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน   เพราะฉะนั้น ตอนนี้แม่แก่แล้ว เราต้องประคองแม่เดิน  เพื่อเทิดพระคุณท่าน ไม่ต้องอายใคร เป็นภาพที่ประทับใจมาก  เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน  ท่านกตัญญูต่อแม่ ประคองแม่เดิน  ประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จ 2 ข้างทาง  ฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งนั้น 8,000 คน  ยกมือขึ้นสาธุ แซ่ซ้อง สรรเสริญ " กษัตริย์ยอดกตัญญู " ในหลวงเดินประคองแม่ คนเห็นแล้ว เขาประทับใจ ถ่ายรูป ทำปฏิทินเอาไว้ติดบ้าน เพื่อแสดงความเคารพ กราบไหว้
                                  
       " พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องแผนที่ และทรงใช้แผนที่ประกอบการทรงปฏิบัติ
พระราชกรณียกิจในเวลาเสด็จ พระราชดำเนินในหัวเมืองต่าง ๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาท "

       ลองหันมาดูพวกเรา ส่วนใหญ่เวลาออกไปไหน แต่งตัวโก้ ..ลูกชายแต่งตัวโก้
ลูกสาวแต่งตัวสวย แต่เวลาเดินไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้ กลัวไม่สวย
ข้าราชการ แต่งตัวเครื่องแบบเต็มยศ ติดเหรียญตรา เหรียญกล้าหาญเต็มอก
แต่เวลาเดิน ไม่กล้าประคองแม่ กลัวไม่สง่า กลัวเสียศักดิ์ศรี
ประคองแม่ เป็นเรื่องของคนใช้

กินข้าวเสร็จแล้ว ก็มานั่งคุยกับแม่ ในหลวงตรัสกับแม่ว่า ตอนในหลวงเล็ก ๆ แม่เคยสอนอะไร
ที่สำคัญ" อยากฟังแม่สอนอีก " เป็นกษัตริย์ปกครองประเทศ อยากฟังแม่สอนอีก...บางคนคิดว่า
ตัวเอง เรียนรู้มามาก เรียนสูง จบปริญญา แม่จบ ป.4 เวลาแม่สอน ตะคอกแม่ ตวาดแม่ กระทืบเท้า
ใส่แม่ รำคาญ เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที หารู้ไม่ว่าเป็นการเหยียบย่ำหัวใจแม่...พอสมเด็จย่าสอน
ในหลวงจะเอากระดาษมาจด       สมเด็จย่าเล่าว่า ตอนเรียนหนังสือที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ในหลวงยังเล็กอยู่ เข้ามาบอกว่า อยากได้รถจักรยาน เพื่อน ๆ เขามีจักรยานกัน     แม่บอกว่า
" ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็เก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ " เก็บมาหยอดกระปุกวันละ
เหรียญสองเหรียญ พอได้มากพอก็เอาไปซื้อจักรยาน นี่คือสิ่งที่แม่สอน 2 เรื่องคือ ความประหยัด
เป็นคุณสมบัติของเศรษฐี และความมีเมตตาที่ติดตัวในหลวงมาจนทุกวันนี้
....ในสวนจิตร คนที่ประหยัดที่สุดคือในหลวง ประหยัดทั้งน้ำ ทั้งไฟ เรื่องฟุ้งเฟ้อไม่มี
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขาของสมเด็จย่า แถลงในที่ประชุมต่อสื่อมวลชนว่า ก่อนสมเด็จย่าจะสิ้นพระชนม์ปีเศษ ในหลวงเสด็จจากวังสวนจิตรไปวังสระประทุมตอนเย็นทุกวัน ไปทำไม ? ไปกินข้าวกับแม่...ไปคุยกับแม่..ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ    
...ในหลวง มีโครงการเป็นร้อย เป็นพันโครงการมีเวลาไปกินข้าวกับแม่
่สัปดาห์ละ 5 วัน   ต่างกับบางคนแม่บอกว่า ให้พาไปกินข้าวหน่อย
กลับบอกแม่ว่า ไม่มีเวลา จะไปตีกอล์ฟ ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว
แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ...พ่อแม่ พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ฝนตก
น้ำเซาะ อีกไม่นานโค่น พอถึงวันนั้นเราก็ไม่มีพ่อแม่ให้กราบแล้ว 
...ในหลวงจึงตัดสินพระทัยไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน  
สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน  อีก 2 วัน
ดร.เชาว์   ณ ศีลวันต์ องคมนตรี บอกว่า ในหลวงถือศีล 8
วันพระต้องงดข้าวเย็น เลยไม่ได้ไปหาแม่ ...ตอนกินข้าวทุกครั้ง
ในหลวงจะต้องเข้าไปกราบที่ตัก แล้วสมเด็จย่าก็จะดึงตัวในหลวง
เข้ามากอด กอดเสร็จก็หอมแก้ม ..ตัวแม่เองคือสมเด็จย่า ไม่ได้เป็น
เชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดาสามัญชน ในหลวงเกิดมาเป็นพระองค์เจ้า
ปัจจุบันเป็นกษัตริย์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว   แต่ในหลวง
ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินก้มลงกราบ คนธรรมดาที่เป็นแม่ หัวใจลูก
ที่เคารพแม่ กตัญญูกับแม่....บางคนพอเป็นใหญ่เป็นโต
ไม่กล้าไหว้แม่ เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ เป็นชาวนาเป็นลูกจ้างไม่เคารพแม่
ดูถูกแม่...แต่นี่ ในหลวงเทิดแม่ไว้เหนือหัว และนี่แหละคือความหอม คือเหตุที่สมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงทุกครั้ง ท่านหอมความดี หอมคุณธรรม หอมกตัญญูของในหลวง


ความหวังที่ 2 " ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา "
สมเด็จย่า ประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ในหลวงไปเฝ้าแม่
วันละหลายชั่วโมง ตอนตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษ ๆ จึงเสด็จกลับ
..แม่เห็นลูกมาเยี่ยมก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว
กลางคืนในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า คืนละหลายชั่วโมง
ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน นี่คือสิ่งที่ในหลวงทำ  ...คราวหนึ่ง
ในหลวงป่วย สมเด็จย่าก็ป่วยอยู่โรงพยาบาลศิริราชด้วยกัน
อยู่คนละมุมตึก ตอนเช้าในหลวงเปิดประตูออกมาเห็นพยาบาล
กำลังเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี
ในหลวงพอเห็นแม่  รีบออกจากห้อง มาแย่งพยาบาลเข็นรถ
มหาดเล็กกราบทูลว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลบาลเข็นอยู่แล้ว
ในหลวงยังมีรับสั่งว่า  แม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้....


ความหวังที่ 3 " เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา....หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ "

...วันนั้น ในหลวงเฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่
ปรนนิบัติแม่...จนกระทั่ง " แม่หลับ "    จึงเสด็จกลับ
.... พอไปถึงวังได้รับแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ ในหลวง รีบเสด็จกลับ
ไปโรงพยาบาลศิริราช เห็นสมเด็จย่า นอนหลับอยู่บนเตียง แล้วในหลวง
ทรงตรงเข้าไปคุกเข่า กราบลงที่หน้าอกแม่ พระพักตร์ในหลวงตรงกับหัวใจแม่
"หอมแก้มแม่ เป็นครั้งสุดท้าย"  ซบหน้านิ่งอยู่นาน แล้วค่อย ๆ เงยพระพักตร์ขึ้น
น้ำพระเนตรไหลนอง ...ต่อไปนี้ จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว เอามือกุมมือแม่ไว้  
มือนิ่ม ๆ ที่ไกวแปลนี้แหละที่ปั้นลูกจนได้เป็นกษัตริย์ เป็นที่รักของคนทั้งบ้าน
ทั้งเมือง....มองเห็นหวีปักอยู่ที่ผมแม่ ในหลวงจับหวี ค่อย ๆ หวี ให้แม่สวยที่สุด
" เป็นสุดยอดของลูกกตัญญู...หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว "
                                                          กษัตริย์..ยอดกตัญญู
                                                    ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
                                                                                                                    

ขอขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนร่วม/ผู้จัดพิมพ์หนังสือธรรมทานเรื่อง "พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู"
ที่แจกให้กับผู้ไปร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ณ โรงพยาบาลศิริราช

                                                                                                                                                
 
:::: กองพันทหารช่างที่ 112 กรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์  ค่ายบุรฉัตร ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000 ::::
โทร.032 - 391037 ::  แฟกซ์ 032 - 391037
ติดต่อ webmaster ::  E-mail  chor112@hotmail.com โทร.ภายใน ทบ.52179 (ตอนยุทธการและการข่าวฯ)